วิถีอนุตตรธรรม

  ไฟล์:Xiantianism symbol yellow.PNG

วิถีอนุตตรธรรม

 อนุตตรธรรม แปลตามอักษรว่า ธรรมะที่สูงที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด เป็นหลักสัจธรรมที่มีอยู่ตั้งแต่ก่อนฟ้าดินจะกำเนิด การถ่ายทอดหลักสัจธรรมนี้สู่ผู้คนมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เมื่อมีการแพร่ธรรมนี้ไปยังในไต้หวัน จึงทำให้ญาติธรรมคนบุญในไต้หวันมีมากขึ้น จนได้รับการยอมรับจากรัฐบาลว่า วิถีธรรมนี้ สามารถช่วยให้พลเมืองเป็นคนดีและร่วมพัฒนาประเทศไต้หวันอีกด้วย และในปัจจุบัน ผู้ที่เข้ามาเผยแผ่ธรรมะในประเทศไทยจึงเป็นอาวุโสชาวไต้หวันเป็นส่วนใหญ่

จุดประสงค์การเผยแผ่อนุตตรธรรม

  1. เคารพฟ้าดิน
  2. บูชาสิ่งศักดิ์
  3. รักชาติซื่อสัตย์ต่อหน้าที่
  4. เชิดชูจริยธรรม
  5. กตัญญูต่อบิดามารดา
  6. เคารพอาจารย์
  7. ถือสัจวาจาต่อเพื่อน
  8. มีไมตรีต่อเพื่อนบ้าน
  9. ละการกระทำบาป เสริมการทำความดี
  10. รู้ปฏิบัติใน คุณสัมพันธ์ 5 (กษัตรกับขุนนาง, บิดากับบุตร, สามีกับภรรยา, พี่กับน้อง, และเพื่อนกับเพื่อน) คุณธรรม 8 (กตัญญู พี่น้องปรองดอง จงรักภักดี สัตยธรรม จริยธรรม มโนธรรม สุจริตธรรม และละอายต่อบาป)
  11. จรรโลงคุณวิเศษในพระธรรมคำสอนของศาสดาทั้ง 5 (พระพุทธเจ้า-ศาสนาพุทธ, พระเยซุ-ศาสนาคริสต์, พระนบีมุฮัมมัด-ศาสนาอิสลาม, ท่านเหล่าจื้อ-ศาสนาเต๋า, ท่านขงจื้อ-ศาสนาปราชญ์)
  12. ปฏิบัติตาม หลักการปกครอง 4 (จริยะธรรม, มโนธรรม, สุจริตธรรม,ละอายต่อบาป) และประเพณีโบราณอันดีงาม
  13. ชำระจิตใจให้ผ่องแผ้ว
  14. อาศัยกายเนื้อบำเพ็ญธรรมจริง
  15. ฟื้นฟูสภาวะธรรมของธรรมญาณแห่งตน
  16. ช่วยตนและผู้อื่นให้เป็นคนที่สมบูรณ์
  17. ช่วยตนและผู้อื่นให้บรรลุธรรม
  18. ช่วยโลกให้สงบสุข
  19. กล่อมเกลาจิตใจผู้คนในสังคมให้ดีงาม

20.  เพื่อเอกภาพแห่งสันติธรรมของโลก

คุณานุคุณในวิถีอนุตตรธรรม

  1. รับธรรมะคือการรับรู้หนทางกลับคืนสู่ต้นธาตุต้นธรรมเดิม รับรู้แก้ววิเศษสามประการที่อยู่ในตน เรียกว่าไตรรัตน์ แล้วบำเพ็ญเพียร ขัดเกลาจิตใจให้ใสสะอาด ยกระดับจิตใจ เปลี่ยนแปลงตนเอง แปรเปลี่ยนโลกให้สันติสุข
  2. ส่งเสริมให้รับประทานอาหารเจ เพื่อลดบาปเวร เพื่อฝึกจิตเมตตา เพื่อสุขภาพ
  3. ผู้รับธรรมะแล้วบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อลูกหลานมา ฟังธรรม ช่วยงานธรรม จะได้รับอานิสงส์ผลบุญกุศลจากจิตที่เพียรบำเพ็ญด้วย
  4. การเชิญบุคคลอื่นมารับธรรมะ เป็นการฉุดช่วยพี่น้องของเราให้กลับคืนสู่ต้นธาตุต้นธรรมเดิม ให้รู้ตัวตนที่แท้จริง
  5. ผู้ที่มารับธรรมะทุกคนสามารถสร้างบุญกุศลและความดีได้ ตามหลักของศาสนาทั้ง 5 ได้แก่ พุทธ คริสต์ อิสลาม เต๋า และขงจื้อ ได้เหมือนเดิม
  6. การเข้ารับวิถีธรรมและตั้งใจบำเพ็ญขัดเกลาจิตใจ สร้างบุญกุศลเท่านั้นถึงจะหลุดพ้นจากทะเลทุกข์ ซึ่งมีแต่การเวียนว่ายตายเกิดได้ ในยุคที่เรียกว่า บ้านเมืองวุ่นวาย จิตใจคนตกต่ำ
  7. คนในอดีต ไม่ได้รับธรรมะง่าย ๆ ท่านจะต้องบำเพ็ญธรรม ปฏิบัติธรรมจนสภาวะธรรมถึงพร้อมก่อน แล้วจึงได้รับรู้วิถีธรรมทีหลัง ปัจจุบันกาลเวลาคับขันบ้านเมืองวุ่นวาย จิตใจคนตกต่ำ วิถีอนุตตรธรรมนั้นจึงได้ปรกโปรด เป็นการรับรู้หนทางธรรมก่อนแล้วเริ่มฝึกบำเพ็ญขัดเกลา เพื่อเปลี่ยนแปลงให้เกิดคนดีขึ้นในสังคม วิถีธรรมจึงได้เผยแพร่ไปในวงกว้าง
  8. วิถีอนุตตรธรรมเป็นรากของทุกศาสนา เพราะทุกศาสนาล้วนเป็นกิ่งก้านสาขาของรากธรรมะ ที่ผลิดอกออกผลงอกงาม ทุกศาสนามีที่มาจากต้นธาตุต้นธรรมต้นกำเนิดเดียวกัน เพราะวิถีธรรมมีมาก่อนที่จะเกิดศาสนา เฉกเช่น ธรรมะ ธรรมชาติหรือหลักสัจธรรมของฟ้าดิน ที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้”อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ” พระองค์จึงนำธรรมะนี้ไปปรกโปรดแก่เวไนยสัตว์ได้ดำเนินปฏิบัติ ประกาศศาสนาซึ่งมีรากเหง้าจากธรรมะอันยิ่งใหญ่ของฟ้าดินหรือ”หลักสัจธรรมนั่นเอง” ที่กล่าวมาคือ ความสัมพันธ์ระหว่างวิถีธรรมกับศาสนา (ศึกษาเพิ่มเติมได้ในหนังสือไกลวัลยธรรม ของท่านพุทธทาสได้)วิถีอนุตตรธรรมจึงมิใช่พระศาสนา ลัทธิอุบาศว์ ศาสนามารที่หวังหลอกลวงเงินทางท่าน แต่เป็นหลักสัจธรรมที่นำไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน นำธรรมะเข้าสู่ครัวเรือน

หลักธรรมที่ร่วมศึกษาในวิถีอนุตตรธรรม จะเน้นเรื่องของบำเพ็ญศีล คุณธรรม คุณสัมพันธ์ หลักจริยธรรม สัตยธรรม มโนธรรม ที่ต้องสำรวจตนปฏิบัติ และปฏิบัติธรรมได้โดยไม่ต้องบวชหรือละทางโลก ซึ่งสามารถปฏิบัติธรรมอยู่ในครัวเรือนร่วมกันได้ และไม่แบ่งแยกโจมตีกันถึงเรื่องการนับถือศาสนาต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนบุคคล คือ ไม่แบ่งแยกศาสนา เพราะ”ทุกศาสน์ล้วนเอกสัจธรรม”

“จริยานำพาสู่เอกภาพ” หลักจริยธรรม นำพาสู่ความเป็น เอกภาพของโลก

นอกจากการศึกษาธรรมะแล้ว ยังมีการจัดค่ายพัฒนาเยาวชน อบรมจริยธรรม เพื่อให้เยาวชนประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคม นำธรรมะไปใช้ ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์คนดี สร้างโลกให้เกิดสันติสุข

บรรพจารย์แห่งอนุตตรธรรม

พระบรรพจารย์แห่งอนุตตรธรรม มีด้วยกัน 18 ท่าน

วิถีอนุตตรธรรมสืบสายชีพจรธรรมของสามศาสนาหลัก คือพุทธ ขงจื๊อ และเต๋า จึงสืบสายบรรพจารย์ตั้งแต่พระอริยเจ้าฝูซี ท่านเสินหนง หวงตี้ เหล่าจือ ขงจื๊อ เมิ่งจื่อ อีกทั้งท่านเว่ยหลาง มหาสังฆปรินายก หรือธรรมจารย์สมัยที่หก นิกายเซน ในศาสนาพุทธ เพียงแต่การรวมตัวชาวธรรมเริ่มเกิดครั้ง ได้มีการรวบรวมตั้งแต่ท่านที่เก้าถึงสิบแปด ได้ไว้บางท่าน ดังนี้

  • พระธรรมาจารย์หวงเต๋อฮุ่ย สมัยที่เก้า ชาวเจียงซี (ค.ศ. 1624) เป็นภาคหนึ่งของมหาปฐมพรหมราชเจ้า ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ ค.ศ. 1667 จนถึง ค.ศ. 1690
  • พระธรรมาจารย์สมัยที่สิบอู๋จื่อเสียง ชาวเจียงซี สมัยคังซี (ค.ศ. 1715) เป็นภาคหนึ่งของพระวิชญะรุจน์พรหมราชเจ้าเหวินชัง ดำรงตำแหน่งถึง ค.ศ. 1784
  • พระธรรมจารย์สมัยที่สิบเอ็ดท่านเหอยั่ว ชาวเจียงซี สมัยเฉียนหลง เป็นภาคหนึ่งจิ่วเทียนโต่วหมู่
  • พระธรรมจารย์สมัยที่สิบสองท่านเอวี๋ยนจื้อเชียน ชาวกุ้ยโจว (ค.ศ. 1760) แพร่ธรรม 1802 จนถึงปี 1834
  • พระธรรมาจารย์ที่สิบสามท่านสวีจี๋หนาน ชาวเฉิงตู พระภาคหนึ่งพระศรีอาริยเมตไตร สืบทอดธรรมตั้งแต่ ค.ศ. 1826 ถึงปี 1845

พระอาจารย์ธาตุทั้ง 5 ปกครองธรรมจักรวาล ถึงปี ค.ศ. 1873

  • พระธรรมาจารย์ที่สิบสี่ท่านเหยาเฮ่อเทียน ชาวซันซี พระภาคหนึ่งพระองค์มารดาทองแห่งสระโบกขรณี เหยาฉือจินหมู่ บุกเบิกธรรมปีจนถึงปี ค.ศ. 1984
  • พระธรรมาจารย์สมัยที่สิบห้าหวังเสวียเมิ่ง ชาวซันตง (ค.ศ. 1821) พระภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์จันทรปัญญาแพร่ธรรมจนถึงปี ค.ศ. 1884
  • พระธรรมาจารย์สมัยที่สิบหกท่านหลิวฮว่าผู่ ชาวซันตง พระภาคหนึ่งของผู้สำเร็จธรรมวิเศษไท่เก๊ก แพร่ธรรมถึง ค.ศ. 1886
  • พระธรรมาจารย์สมัยที่สิบเจ็ดท่านลู่จงอี ชาวซันตง (ค.ศ. 1849) จนถึงปี ค.ศ. 1925

ท่านน้องท่านลู่จงอี พระพุทธบรรพจารย์จินกง ช่วยดูแลงานธรรมแทนชั่วคราว

One response to “วิถีอนุตตรธรรม

  1. ขอให้ผู้บำเพ็ญ ทุกท่าน จงตั้งใจบำเพ็ญต่อไปเพื่อจะได้พบกันในแดนนิพพานในภายภาคหน้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s